ใจคน
posted on 28 Oct 2009 19:51 by sevenboomอ่านหนังสือของท่านว.วชิรเมธี บทความเกี่ยวกับใจ ที่ว่า กว้างที่สุดก็ใจ แคบที่สุดก็ใจ
ท่าจะจริงนะ เพราะว่าส่ิงที่คอยกำหนด ความรู้สึกต่างๆนานาให้เราคิด ให้เรารู้สึก มันก็อยู่ที่ใจนี่แหละ
กับบางคน เราก็คิดว่า เราทำดีแล้ว ให้ได้ เท่าที่ใจเราอยากให้ ไม่ได้คิดว่า มันมากหรือน้อยไป นั่นคือความพอดีที่เหมาะสมกับคนคนนึง ที่เราได้เลือก แต่เราคงไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนคนนั้น จะพอใจกับส่ิงที่เราได้ให้ไปหรือเปล่า ลึกที่สุดก็ใจคน สูงที่สุดก็ใจคน นี่ก็อีก บอกไม่ได้จริงๆ
เฮ้อ อย่าใส่ใจเลย
................
...............
...............
บางทีก็เกิดคำถาม ขึ้นมา ว่า มาทำอะไรที่นี่
ไม่รู้เหมือนกันสิ
เยียวยา
posted on 05 Oct 2009 23:35 by sevenboom 
วันพฤหัสที่ผ่านมา มีความรู้สึกว่า ชีวิตได้เสพแต่เรื่องเสื่อมๆตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นข่าว น้องตาบอดหูหนวกเป็นใบ้ ถูกคู่ขาของพี่ชายข่มขืน แล้วถูกถ่ายคลิปจะเก็บเอาไว้แบล็คเมล์ แล้วไอ้คนถ่ายคลิปไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ชายแท้ๆที่เบี่ยงเบนทางเพศของตัวเองนั่นเอง ไม่รู้จะเรียก มัน ว่าอะไร หาคำจำกัดความไม่ได้จริงๆ นักศึกษาสาวถูกแฟนหนุ่มยิงตายคาห้องพักหรู พนักงานสาวต้อนรับ ถูกฆ่าตายหลังป้ายรถเมล์แถวรามคำแหง แม่ที่มีอาการทางสมอง เอามีดคว้านท้องลูกสาววัย 5 เดือน
การเสนอข่าวถี่ยิบแทบจะทุกวินาทีของสื่อ เหมือนเราต้องเสพมันเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว...ยังๆ ยังไม่พอ เรื่องจริงผ่านจอ กับภาพของลูกชายเลวๆที่เหวี่ยงแม่ลงมาจากบันได แล้วตามมากระทืบซ้ำ เอาเท้าเหยียบหน้าแม่ผู้บังเกิดกล้า นี่อีก ไม่รู้จะเรียก มัน ว่าอะไร เหี้ยก็คงไม่ใช่ เพราะสัตว์เลื้อยคลานมันคงไม่ทำแบบนี้ ย่ิงฟังแม่ผู้ถูกกระทำ ยิ่งน่าเศร้าใจนัก เจ็บตัว ไม่เท่าเจ็บใจ ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปมากกว่า คนที่เรารัก ทำร้ายเราหรอกว่าไหม
วันนั้นทั้งวัน รู้สึกว่า หดหู่เหลือเกิน ยังไม่นับข่าวของประเทศเพื่อนบ้าน ที่โดนทั้งพายุ แผ่นดินไหว หรือว่าโลกจะแตกจริงๆแล้วหนอ.... มันจะถึงคราอวสานสิ้นโลกจริงๆหรือ อืมถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ขอชีวิตของเราไปพร้อมๆ กับคนที่เรารักเถอะ นั่นก็นับว่า โชคชะตาได้ปราณีกับเราที่สุดแล้ว
ดูข่าวแล้วเซ็ง ตื่นเช้าอีกวัน การเสนอข่าวยังไม่หยุดหย่อน เบื่อ สภาพจิตใจต้องการเยียวยาด่วน ช่วงบ่ายของวันศุกร์ กะว่าจะไปฝังตัวเองอยู่ที่ร้านหนังสือ คิโนะ สักหน่อย แวะไปส่งพัสดุที่สยาม แล้วจะไปเดินเล่นที่ร้านloft สักแป๊ป แล้วค่อยย้อนกลับมารอเจ็ดที่ คิโนะ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นไม่ เดินเล่นไปเรื่อยผ่านสยามดิสเซ็นเตอร์ ไปสยามดิส แล้วก็ไป หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ที่สยามดิส มีงานของนักศึกษามีไม่เยอะเท่าไหร่หรอก งานก็จะเลิกแล้ว เลยเดินไปที่สยามดิส งาน เรารักตับ หรือไงนะ มีภาพเขียนของเด็กๆมา แสดง ชอบๆๆ ลายเส้นแบบเด็กๆ เลยหยุดดู วนดู อยู่นานมาก ชอบผลงานของเด็ก 4 ขวบ คนนึง สวยอะ จิี๊ดตั้งแต่เลือกกระดาษมาวาดแล้ว เจ๋งดี เด็กจะวาดภาพเกี่ยวกับตับ ต่างๆนานา ความคิดเด็กๆ มันโอดีนะ ถ้าเป็นเราๆ แก่กระโหลกกะลาขนาดนี้แล้ว ก็คงคิดไม่ได้หรอก เพราะประสบการณ์มันหลอมให้เรา คิดอะไรให้เยอะขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น ความคิดไร้เดียงสา แบบเด็กก็เหือดแห้งไปตามกาลเวลา เหือดแห้งนะ ต้องใช้คำนี้ เพราะเชื่อว่า มันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ว่า มันแค่พร่องความชุ่มชื่นไปบ้าง เพราะเราไม่ได้ใส่ใจดูแลมันเท่าไหร่ คิดว่านะ
เก็บภาพอย่างเมามัน เวลายังเหลือ ไปหอศิลปฯ ดีกว่า เดินข้ามสะพานลอย แดดร้อน คนเยอะแยะ โอย มีแต่อะไรงามๆ ไม่ได้ ต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้ แชะๆๆๆๆๆ คิดว่า ไม่มีอะไรทำให้ตัวเองมีความเท่าสุขเท่ากับการได้ถ่ายรูปนะ รู้สึกว่า ชีวิตมันอยู่กับตรงนี้ ตลอด รูปไม่ได้สวยอะไรมาก แต่ชอบที่จะถ่ายอะนะ
เดินลงสะพานลอย เจอแล้ว หุ่นสีขาวๆตัวโตๆ นั่งเด่นเป็นสง่า ดูรถราติดกันจอแจที่สี่แยกปทุมวัน ผ่านไปใครมา ไม่มีใครอดใจไหวหรอก ต้องสักหน่อย คนละแชะ สองแชะ ในยุคที่ ใครก็มีมือถอติดกล้อง ต้องสักหน่อย จริงไหม เราเองก็น้อย หน้าซะเมื่อไหร่ เอากับเข้าด้วย
มาถึงแล้ว หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เปิดประตูเข้าไป หุ่นยักษ์สองตัว ยืนเด่นเฝ้าอยู่ซ้ายขวาด้านใน สวยดีอะ ตรงกลางมี รูปปั้นช้าง สัญสักษณ์ของกทม. ตั้งอยู่ตรงกลาง หมุนได้ 360 องศา สวยงามมาก ตัวใหญ่มากๆ ด้วย อากาศเย็น เงียบ พี่ยามคนสวย ให้คำแนะนำว่า ชั้น 7 8 9 สวย โดยเฉพาะ ชั้น 9 ตอนนี้ จัดแสดงภาพของพ่อ อยู่ ต้องไปดู ๆ
เดินไปเรื่อยๆ ขึ้นบันไดเลื่อน แปลกที่สติ๊กเกอร์ตรงบันไดเลื่อน เค้าอนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาได้ด้วยแฮะ ไม่ยักกะกากบาท แต่จริง ก็ไม่ควรแหละ อย่าเอาไปเลยดีที่สุด มีห้องจัดแสดงนั่นนี่ น่าสนใจหลายห้องดี ชั้น 6 กำลังจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ เพลงกล่อมเด็ก มีห้องนึง ข้างในเต็มไปด้วยหมอนกลมๆ ใบโตๆ วางอยู่เต็มห้องเลย ในใจคิด ว่า อะไรคือศิลป์ เด็กวัยรุ่นที่มาอาศัยนัวกันหรือเปล่า นี่หรือวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้นวางรองเท้า ว่าง แต่ที่พื้นกลับเกลื่อนไปด้วย รองเท้าแตะ ระเกะระกะ นี่ แหละ คือวัฒนธรรมของเรา เด็กผู้หญิงวัยรุ่น สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอจิ๋ม เสื้อตัวรัดติ้ว รองเท้าแต่หูคีบ ทาปากแดง เหมือนคนเพิ่งกระอักเลือดมา เดินมาสองสามคน จะมาเสพศิลป์กัน หรือ ในใจ เรา คิด ไม่นะ ...เอ้ หรือว่าเรา คิดมากไปหว่าาา
เดินไปถึงชั้น 9 ชั้นที่จัดแสดง ภาพของพ่อ สุดยอดอะ มีที่ไม่ชอบใจ ก็คือ เด็กๆ ที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นไร มาแอคท่าถ่ายรูปเคียงกับพระฉายาลักษณ์ โดยอาศัยบรรยายกาศของห้องที่จัดแสดงภาพเป็น BG อะ เคืองมากๆๆ ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ นังเด็กพวกนี้ แล้วนะ แต่งตัวมา ใส่เกาะอก กางเกงขาสั้น เฮ้อๆๆๆ ให้ตายสิ
ในห้องจัดแสดงภาพของพ่อ จะมีภาพวาด ภาพถ่าย แล้วแต่ศิลปินท่านไหนจะนำเสนอ ชอบภาพวาด ของ คุณศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี มาก เคยเห็นตอนเห็นปฎิทินของธนาคารไทยพานิช ภาพเล็ก แต่พอได้เห็นของจริง โอว เป็นภาพวาดที่ใหญ่มาก สวยมาก แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ ภาพ ที่ได้เห็นแล้วชอบ อีกรูปก็คือ ภาพที่แม่ให้เงินลูก 20 บาท ไปโรงเรียน รู้สึกเอาเองว่า ในหลวงท่านทรงไปกับเราทุกที่นะ เคยดูรายการ คมชัดลึก นานมากแล้ว จำไม่ได้ว่า ใครเคยพูดไว้ ว่า คนที่คดโกงชาติ เท่ากับว่า กำลังทุจริตต่อหน้า ในหลวงเลย เพราะบนธนบัตร มีพระฉายาลักษณ์ของท่านอยู่ รู้สึกว่า เป็นคำพูดที่ชอบๆ จดจำมาถึงทุกวันนี้ เตือนสติให้เรารู้ว่า เราไม่ควรทำอะไรที่ไม่ดี หรืออย่าคิดจะคดโกงเพียงเล็กน้อยเพื่อเงินไม่กี่บาท จำไว้ๆ เพราะท่านมองดูเราอยู่นะ
นอกจากภาพของพ่อ ก็ยังมีเพลงของพ่อ มีห้องจัดฉายห้องของพระองค์ท่าน แต่ที่ได้ดูคือ กำลังฉายเกี่ยวกับเรื่องของเพลงของพ่อ เพลงสรรเสริญพระบรมมี มีคนนั้นคนนี้มาพูด พอบทเพลงนี้บบรรเลงขึ้น เราเข้าไปยืนฟัง ในห้องมีคนดูอยู่ 4 คน รวมทั้งเราด้วย รู้สึกว่า เป็นเพลงที่เราต้องยืนฟังอะ เพราะทุกทีที่ไปดูหนังก็ต้องยืน เราเลยยืน ตาดู หูฟัง ใจสำนึก จู่ๆ น้ำตาก็ไหล พราก ออกมา ไม่รู้คนอื่นจะเป็นเหมือนเราไหม ภาพของพ่อที่ทำหลายส่ิงหลาอย่าง เพื่อคนไทย ประกอบบทเพลง ทำให้เขื่อนน้ำตา เราแตกได้ ... ในใจคิด อยากให้ท่านหายป่วยไวๆ อยากให้ท่านกลับไปประทับที่วังไกลกังวลสักที จะได้ไกลกังวลจากเรื่องยุ่งๆของบ้านเมือง อยากให้ท่านหายประชวรไวๆๆๆ แค่พิมๆ อยู่น้ำตาก็จะไหลแล้ว ... ที่นี่ดีมากๆ มีหลายๆอย่างน่าสนใจ แปลกที่เราไม่เคยเดินไปถึงสักที จนเมื่อวาน คิดว่าได้ที่ใหม่ ที่จะไปสถิตย์เวลาไปรอเจ็ดแล้ว กับ 4 ชั่วโมงกับการเดิน ดู หู ฟัง ของเมื่อวันก่อน ทำให้เรารู้สึกดีนะ เบื่อกับบางเรื่อง บางอย่าง หิ้วกล้องไปสักตัว ไปเดินเล่น เก็บรูป กดชัตเตอร์ให้สะใจแล้วก็กลับมาบ้าน รู็สึกดีมากๆ เมื่อวาน
พอกลับมาถึงบ้าน แม่บอก น้องเคงิโอะได้เจอพ่อแล้ว ดีใจด้วยจริงๆ เด็กน้อยตัวเล็กๆ อีกคนนึงบนโลกนี้ ได้มีความสุขที่ในโลกแล้ว ดูภาพข่าวแล้ว ดีใจด้วยจริงๆ
เรื่องเสื่อมของวันเมื่อวาน โดนบำบัดด้วยงานศิลปะ ฟังดู เหมือนดัดจริต แต่เชื่อเถอะว่า มันได้ผล อย่างที่พี่โน้สบอก คนเราป่วย ล้า ต้องรักษาด้วยอาร์ต
รักษาไปแล้วนิดนึง ยังรู้สึกเบื่อๆ อยู่เล็กน้อยแต่พองาม เด่วว่างๆ ไปใหม่ๆ รู้แล้ว อะไรดีกับตัวเราเนาะ
^______^